วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ยากลางบ้าน

ยากลางบ้าน
คนไทยสมัยก่อน รุ่นปู่ย่าตาทวด ใช้ยากลางบ้าน (ยาสมุนไพรพื้นบ้าน) รักษาอาการเจ็บไข้ไม่สบายของบุตรหลาน หรือคนในครอบครัวให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บได้ ความรู้ในการรักษาโรค ต่างๆ เหล่านั้น ได้ถูกถ่ายทอดมาสู่รุ่นลูกรุ่นหลาย สืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน ถือเป็นภูมิปัญญาของแต่ละท้องถิ่น
ยากลางบ้านหรือยาสมุนไพรไทยพื้นบ้าน ที่มีสรรพคุณเป็นยา ใช้บำบัดรักษาโรคทั่วไป เป็นสมุนไพรที่ได้มาจากพืชชนิดต่างๆ ที่ขึ้นอยู่ข้างๆ บ้าน ใช้รักษาโดยการกินสดๆ หรือ นำมาต้มรับประทาน หรือบางชนิดก็ใช้ประกอบอาหาร คือการกินอาหารเป็นยา หรือใช้ทาภายนอก จะขอยกตัวอย่าง (จากประสบการณ์ของผู้เขียน) เช่น เมื่อน้องๆ ไม่สบาย ปวดหัว ตัวร้อน มีอาการไข้ แม่ก็จะใช้ให้ไปเก็บหญ้าใต้ใบ(สด) กับถอนหัวแห้วหมูเล็ก ล้างให้สะอาด(นำมาตากให้แห้ง) ต้มรวมกัน รับประทาน วันละ 2-3 ครั้ง ระยะเวลา 2-3 วัน อาการค่อยๆ ทุเลาและหายในเวลาต่อมาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย ในเด็กเล็กๆ หรือทารก แม่ก็จะใช้ใบกะเพราแดงหนึ่งกำมือ ผสมกับปูนแดง(ปูนสำหรับกินกับหมาก) ใส่ฝ่ามือผสมน้ำเล็กน้อยแล้วขยี้ พอเป็นฟองแล้วนำไปทาที่หน้าท้องให้ทั่ว ที่ฝ่าเท้าและฝ่ามือ สักพักเด็กก็จะเรอ และผายลม ทาซ้ำอีกครั้ง สองครั้งก็จะหายเป็นปรกติ อาการท้องเสียท้องร่วง หรือถ่ายท้องบ่อยๆ เก็บใบชมพู่(ใบฝรั่งสด) ข้างบ้านสัก 2 - 3 กำมือ ต้ม แล้วเอาน้ำต้มดื่ม 2-3 ครั้ง ก็จะหาย บางครั้งก็จะใช้ใบทับทิมแทน หรือใช้ใบไม้ทั้งสองชนิดนี้ต้มรวมกันก็ได้ อาการผื่นคัน หรือแตกลมพิษ ให้ใช้ใบพลู (พลูที่ใช้กินกับหมาก) ผสมเหล้าขาว ขยี้ให้เข้ากัน แล้วทาให้ทั่ว ครั้ง สองครั้ง อาการคัน เม็ดผื่นก็จะหาย อาการปวดฟัน จะใช้ผักคราดหัวแหวนสด เคี้ยวกับเกลืออมไว้สักพัก อาการปวดก็จะทุเลา หรือถ้าไม่เคี้ยว ก็ให้บดก่อนนำไปอม 2-3 ครั้ง อาการปวดฟันก็จะหาย
ยากลางบ้านที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ จากประสบการณ์ในการรักษาอาการเจ็บป่วยของตัวเอง คนในครอบครัวตลอดจนเพื่อนบ้าน เมื่อตอนเด็กๆ ปัจจุบันก็ยังคงสืบทอดและถ่ายทอดความรู้เรื่องนี้ เพราะได้เล็งเห็นความสำคัญ ตระหนักถึงคุณค่าและประโยชน์ของพืชสมุนไพร “พืชเป็นยา” คิดว่า “ยากลางบ้าน” ยังคงมีความสำคัญยิ่งๆ ขึ้น ในโลกท่ามกลางวิกฤติ ที่คนยุคนี้สมัยนี้ต้องพึงพาธรรมชาติให้มากขึ้น พึงตนเองให้มากขึ้นเพื่อความอยู่รอดที่มีความสุข อย่างรู้เท่าทัน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น